รางม่าน 1. รางม่านแบบตัว C (ใช้เชือกดึง) : รางแบบนี้ เรียกได้ว่าเก่าแก่มากที่สุด ใช้กันมาตั้งแต่สมัยคุณทวด มีราคาถูกที่สุด
เมตรละ 300 บาท (ราคานี้รวมค่าเย็บ อุปกรณ์ทุกอย่างรวมทั้งโช๊คดึงเชือกด้วย) 2. ราง TOSO ราง MICRO และราง KC: มีทั้งแบบเชือดดึงหรือด้ามจูง มีขนาดแพงขึ้นอีกเล็กน้อย แต่จะสามารถรูดม่านได้ง่ายกว่า(ลื่นกว่า) เพราะระบบลูกล้อเป็นแบบล้อคู่ มีความทนทานมากกว่าแบบราง C ในปัจจุบัน นิยมใช้กันมากและจะใช้เป็นแบบด้ามจูงกันเป็นส่วนใหญ่
เมตรละ 400-450 บาท (ราคานี้รวมค่าเย็บ อุปกรณ์ทุกอย่างแต่ไม่รวมด้ามจูง)
ด้ามจูงไม้ มีให้เลือก 4 สี ราคาอันละ 150 บาท 3. รางโชว์ : กำลังเป็นที่นิยมกันมากในปัจจุบัน มีลายให้เลือกมากมาย หลากหลายรูปแบบและสีสัน แต่มีข้อแม้อยู่บ้างตรง หน้าต่างที่เหมาะจะทำรางโชว์ ควรจะเป็นหน้าต่างที่มีพื้นที่ด้านข้างเหลือมากพอที่จะให้หัวของรางโชว์ยื่นออกไปได้ หากหน้าต่างที่มีขอบของวงกบด้านข้างติดกับผนังเลยนั้น จะไม่สามารถทำรางโชว์ได้ เพราะหากใสหัวรางเข้าไปแล้ว ผ้าม่านจะไม่สามารถยื่นปิดตัวหน้าต่างได้มิด (ส่วนหัวรางผ้าม่านไปไม่ถึงนั่นเอง) รูปแบบรางโชว์และอุปกรณ์ (ที่เห็นในรูป รางไม้ที่มีทั้งสีไม้อ่อน ไม้สักและสีโอ๊ค นั้น เป็นรางเหล็กที่ใช้วัสดุเคลือบผิวเป็นลายไม้ มีความแข็งแรง ทนทาน)
สำหรับรางโชว์ที่เป็นแบบไม้จริงจะเป็นรางโชว์ไม่สัก มีราคาแพงมาก คนส่วนมากยังไม่ค่อยนิยมกันมาก เพราะราคาที่แพงกว่า และที่สำคัญตัวไม้เองก็มีอาการบิดงอ เมื่อใช้งานไปนานๆ แต่ก็ให้ความรู้สึกถึงคุณค่าของไมจริงได้เป็นอย่างดี
รางโชว์ไม้สัก
4.รางม่านพับ : ใช้กับม่านพับ (Roman Blind) โดยเฉพาะ(หน้าต่างที่มีรูปทรงแนวสูง จะทำม่านพับได้สวยกว่า )
5. รางม่านอื่นๆ ส่วนใหญ่จะใช้แบบดัดแปลงกันไปตามความต้องการของหน่วยงานต่างๆ เช่น ม่านหลุยส์ ม่านละครเวที ม่านยก ซึ่งอาจจะมีเกี่ยวกับการใช้รีโมท คอนโทรล หรือมอเตอร์ไฟฟ้ามาช่วยในการเปิดปิด ซึ่งก็สามารถสนองตอบต่อความต้องการของทุกท่านได้เป็นอย่างดีค่ะ
|
||||
ตัวอย่างม่านแบบต่างๆ |
||||
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
|
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |
![]() |